ลดหย่อนภาษี Easy E-Receipt 2568

ซื้อเหล็กกับ RK Steel ลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 30,000 บาท

ระยะเวลาตั้งแต่ 16 มกราคม - 28 กุมภาพันธ์ 2568 (เงื่อนไขเป็นไปตามที่กรมสรรพกรกำหนด)

โรงงานของเราสามารถออกใบกำกับภาษีในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ (E-Tax Invoice) ให้กับลูกค้าได้ เพียงสั่งซื้อเหล็กหรือสินค้าอื่น ๆ กับเราและออกใบกำกับภาษีภายในวันที่ 16 มกราคม ถึง 28 กุมภาพันธ์ 2568

เงื่อนไขต่างๆ สามารถศึกษาได้จากกรมสรรพกร

ประกาศจากกรมสรรพกร 1 (E-Tax Infographic)
ประกาศจากกรมสรรพกร 2 (เอกสารแถลงข่าว)

——————
เงื่อนไขในการใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีโครงการ Easy E-Receipt 2568

เฉพาะสินค้าที่สั่งซื้อและชำระเงินสำเร็จระหว่างวันที่ 16 มกราคม 2568 เวลา 0.01 น. ถึง 29 กุมภาพันธ์ 2568 เวลา 23.59 น. เท่านั้นหากสั่งซื้อสินค้าหรือชำระเงิน ภายหลังวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2568 เวลา 23.59 น. ใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ (e-Tax invoice) ที่ได้รับ ไม่สามารถนำไปใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีตามโครงการ Easy E-Receipt ได้
หลังจากโอนเงินสั่งซื้อสินค้า ลูกค้าสามารถแจ้งขอใบกำกับภาษีในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-tax หรือ e-receipt)
ถ้าต้องการรับใบกำกับฯ ผ่านทาง Email ให้ส่งข้อมูลให้ครบถ้วนโดยเฉพาะ e-mail address ไฟล์เอกสารใบกำกับภาษีจะส่งให้ลูกค้าทาง e-mail ที่ลูกค้าระบุ ภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดไป
กรณีแก้ไขข้อมูลใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ ลูกค้าสามารถแจ้งขอแก้ไขให้แล้วเสร็จภายในสิ้นเดือนของเดือนที่ซื้อสินค้า
เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัท และกรมสรรพากรกำหนด

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Line: @RKSTEEL หรือโทร 061-491-3883

แนวคิดเหล็กเสริมในฐานราก เสาเข็มต้นเดียว

กับคำถามที่ว่า "ลงเข็มขนาดเท่านี้ ต้องใช้ฟุตติ้งขนาดเท่าไร?"

ในการสร้างบ้านหรืออาคาร ส่วนของฐานรากจะเป็นส่วนแรก ๆ ที่จะเริ่มก่อสร้าง ฐานรากเป็นส่วนที่เชื่อมต่อระหว่างตัวบ้านกับเสาเข็มที่ถ่ายเทน้ำหนักลงดิน สำหรับการออกแบบตัวฐานรากหรือฟุตติ้งนั้น มีส่วนที่ต้องคำนึงหลายอย่าง ในบทความนี้จะกล่าวถึงการออกแบบฐานรากที่เป็น F1 ซึ่งหมายถึงเสาเข็ม 1 ตัน ต่อฐานราก 1 ฐานเท่านั้น และออกแบบตาม Design Load โดยการออกแบบจะแบ่งเป็น 2 กรณีคือ

กรณีที่ 1 เสาเข็มไม่เยื้องศูนย์

ในกรณีนี้ฐานรากจะทำหน้าที่เป็นข้อต่อระหว่างเสาตอม่อและเสาเข็มเท่านั้น ข้อต่อนี้จะทำหน้าที่ส่งถ่ายแรงจากอาคารไปที่เสาตอม่อ และลงดินผ่านเสาเข็ม โดยกรณีนี้เสาเข็มที่ตอกลงดินจะต้องไม่เยื้องศูนย์ (หรือตามข้อกำหนดของ วสท. สามารถเยื้องศูนย์ได้ไม่เกิน 7 ซม.)

 

ในการออกแบบฟุตติ้งจะมีสูตรคำนวณหลัก ๆ อยู่ 3 สูตร คือ

สูตรคำนวณหามิติคอนกรีตของฐานราก จะใช้สูตร “2d” เมื่อ “d” = ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางของเสาเข็มที่เลือกใช้ 
สูตรคำนวณการวางเหล็ก เหล็กที่เสริมในฟุตติ้งกรณีนี้จะเป็นเพียงแค่เหล็กกันร้าวเท่านั้น โดยจะใช้สูตรคำนวณ Deformed Bar “0.002 * b * D” โดยที่ “b” คือความกว้าง และ “D” คือความลึกของฐานราก
สูตรคำนวณระยะ Concrete Covering จะใช้ระยะตามข้อกำหนดของสวท. หรืออ่านเพิ่มเติมได้จากบทความนี้ หรือตามที่วิศวกรผู้ออกแบบเลือกใช้

 

จาก 3 สูตรการคำนวณนี้ เราสามารถสรุปขนาดของฐานรากและการวางเหล็กได้ตามตารางด้านล่างนี้

แสดงตัวเลขจากการคำนวณเท่านั้น ยังไม่ใด้ใช้ดุลยพินิจอื่นในการเสริมเหล็ก เช่น พฤติกรรมความเหนียวของโครงสร้าง ข้อกำหนด ACI , สภาวิศวกรแห่งประเทศไทย , ม.ย.ย. และข้อกำหนดการออกแบบของแต่ละหน่วยงาน โปรดปรึกษาวิศวกรผู้ออกแบบเพื่อความถูกต้อง

ตัวอย่างการอ่านตาราง

เสาเข็ม I-22 จะใช้ขนาดเหล็กฟุตติ้งกว้าง 45 ซม. ยาว 45 ซม. และสูง 45 ซม. เป็นอย่างน้อย และหลังจากเทปูนเสร็จ ฟุตติ้งจะมีขนาดกว้าง 55 ซม. ยาว 55 ซม. และสูง 55 ซม. ส่วนการเสริมเหล็ก ถ้าใช้เหล็ก DB12 จะวางเหล็กด้านละ 4 เส้นเป็นอย่างน้อย หรือถ้าใช้เหล็ก DB16 จะวางเหล็กด้านละ 3 เส้นเป็นอย่างน้อย

กรณีที่ 2 เสาเข็มเยื้องศูนย์

เนื่องจากการตอกเสาเข็มไม่ตรงตามตำแหน่ง เสาเข็มที่เกิดการเยื้องศูนย์จะมาพร้อมกับ Moment ดังนั้นการออกแบบจะเปลี่ยนแนวคิดการถ่ายแรงลงสู่ดิน โดยการออกแบบของฐานรากเดิมเปลี่ยนเป็นเสา ซึ่งการเสริมเหล็กจะเสริมเพื่อต้านทาน Moment โดยมีวิธีการออกแบบและการวางเหล็กต่างไปจากเดิม เช่น จากหงายตะกร้อก็จะเป็นคว่ำตะกร้อแทน หรือ ออกแบบให้เป็นเสาสั้นเละรับ Eccentric Load โดยที่การเสริมเหล็ก ทั้งขนาดและจำนวน จะแตกต่างไปตามผลการคำนวณของวิศวกรผู้ออกแบบ ในกรณีนี้จะไม่มีสูตรตายตัวในการคำนวณเพื่อทำฟุตติ้ง เพราะฉะนั้นควรปรึกษาวิศวกรผู้ออกแบบเพื่อความปลอดภัย

ต้องการสั่งเหล็กฟุตติ้งหรือต้องการคำปรึกษา กรุณาติดต่อที่เบอร์ 097-081-7700 หรือ 061-491-3883 หรือแอดไลน์ได้ที่ id:@RKSTEEL